ตุลาคม 31, 2014, 03:58:59 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก oct   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่เว็บบอร์ด ทรอปิคอลโซเชียล แหล่งพูดคุยเรื่อง พันธุ์ไม้นานาชนิด ครับ !
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การเลี้ยงกล้วยไม้  (อ่าน 2848 ครั้ง)
kanokwan
เมล็ด
*
กระทู้: 5


อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 12:50:10 PM »

เริ่มหัดเลี้ยงกล้วยไม้ ข้อถามผู้รู้ช่วยแนะนำ
 1. ไปซื้อกล้วยไม้จากสวน ต้นจะสมบูรณ์ รากยาวดี แต่พอมาเลี้ยงซักพัก จะดูโทรมลง
 2. ซื้อกล้วยไม้ต้นเล็กมาเลี้ยง ก็ไม่งามเหมือนที่สวนเลี้ยง ควรทำอย่างไรดี
 3. ถ้าจะประกอบอุปกรณ์รดน้ำ กล้วยไม้ ควรทำอย่างไร ใช้อะไรบ้าง งบประมาณด้วย (ขนาดบริเวณปลูกประมาณ 6 X 4 เมตร)
          ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
tu
ว่านสี่ทิศ
****
กระทู้: 2671


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 02:23:24 PM »

สวัสดีครับคุณkanokwan เดี๋ยวรอน้องโจ้มาให้คำตอบนะครับ
บันทึกการเข้า
khunchai
พริกหยวก
***
กระทู้: 863


« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 03:13:04 PM »

รอฟังด้วยครับ
บันทึกการเข้า
Drymodajoe
ภารโรง
ว่านสี่ทิศ
*****
กระทู้: 1878


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 06:10:16 PM »

สวัสดีครับ คุณกนกวรรณ
ขอตอบเป็นข้อๆเลยนะครับ

 คำถาม 1). ไปซื้อกล้วยไม้จากสวน ต้นจะสมบูรณ์ รากยาวดี แต่พอมาเลี้ยงซักพัก จะดูโทรมลง
 
      ข้อนี้ อันดับแรก ต้องทำความเข้าใจก่อนครับ ว่า กล้วยไม้ เป็นพืชที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเลี้ยงให้งามทั้ง
อุณภูมิ แสง ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ การไหลเวียนถ่ายเทของอากาศในบริเวณที่เลี้ยง และการให้น้ำ+ปุ๋ยยา  ซึ่งในสวนต่างๆ ก็จะจัดให้มีความเหมาะสมของพื้นที่สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งระบบกิจวัตร การดูแลกล้วยไม้ที่ปลูก ให้เหมาะสมและเอื้ออำนวยให้มากที่สุดสำรับเลี้ยงกล้วยไม้ ในระยะเวลาอันสั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  เพื่อเตรียมจำหน่ายต้นเป็นสำคัญ  what?

  ส่วนมาก สวนกล้วยไม้เพื่อการค้า ต่างๆเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่หลายไร่จนถึงหลักสิบหลักร้อยไร่ก็มีครับ เค้าจะมีโรงเรือนในสภาพโรงเรือนกึ่งปิด ส่วนใหญ่ตั้งบนพื้นที่โล่ง มีซาแรน  มีส่วนของหลังคาพลาสติกกันฝน บางสวนขุดร่องตามแนวแถวราวแขวนกล้วยไม้เป็นร่องขังน้ำเพื่อ เพิ่มความชื้น  Angry   
    หากเราเข้าไปเดินเที่ยวชมในโรงเรือนเหล่านั้น จะรู้สึกได้ว่าอากาศจะค่อนข้างชื้น อากาศจะนิ่ง อบอ้าวนิดๆติดค่อนข้างไปทางอากาศแบบร้อนชื้น อาจมีลมพัดเอื่อยๆบ้าง แสงค่อนข้างสม่ำเสมอ และได้แสงทั้งวัน และภายในจะรู้สึกว่าได้กลิ่นสารเคมี (ยารา/ยาฆ่าแมลง)
 Angry
   ทีนี้ มาดูที่ต้นกล้วยไม้กันบ้างครับ กล้วยไม้ที่ซื้อ ขายๆกันทั่วไป แบ่งเป็นสองแบบตามการปลูกและภาชนะ คือไม้กระถางแขวนจำพวกกล้วยไม้รากอากาศ เช่นแวนด้า เอสโคเซ็นด้า มอกค่ารา รีแนน ฯลฯ พวกนี้จะมาเป็นต้นๆพร้อมดอกมีรากยาวๆดูในกระถางจะไม่มีเครื่องปลูกอะไรเลย

  กับอีกแบบที่ ปลูกในกระถางพลสาติกกลมๆ มีก้อนมะพร้าวอัดเป็นเครื่องปลูก เหล่านี้เรียกว่า กล้วยไม้แบบรากกึ่งอากาศ เช่นแคทลียา หวาย ฟาแลนด์ ฯลฯ พวกนี้ดีหน่อยครับคือยังพอมีเครื่องปลูกที่ช่วยกักเก็บความชื้น สารอาหาร ปุ๋ย/ยาไว้ในเครื่องปลูกได้บ้าง

   แล้วพอเราซื้อมาปุ๊บ ก็ย้ายมาแขวนที่บ้านเราทันที ซึ่งส่วนมากจะเป็นลักษณะปลูกในบ้าน หรือมีโรงเรือนเล็กๆกันออกมาจากส่วนหนึ่งของหน้าบ้านหลังบ้าน หรือแขวนตามได้ต้นไม้ ซึ่งแน่นอน ว่ากล้วยไม้อาจจะชะงักหรือช็อกไปบ้างจากการเปลื่ยนที่เปลื่ยนอากาศ กะทันหัน ไหนจะอบมาในรถระหว่างการเดินทางจากสวนมาร้านและจากร้านมาที่บ้าน นี่เป็นเหตุแรกๆส่วนหนึ่งที่ทำให้ระยะยาวกล้วยไม้ไม่งาม  เกิดจากการเปลื่ยนอากาศและอุณภูมิกระทันหัน  แต่.. กล้วยไม้ก็จะพยายามปรับตัวให้อยู่รอดครับ เพราะ กล้วยไม้ เป็นพืชที่อึดและตายช้า ที่นี้ ลองคิดตามผมนะครับ  ว่าสภาพในร้านค้าที่ขายกล้วยไม้ มันไม่เหมาะที่จะเลี้ยงกล้วยไม้ได้เลย ตามร้านเป็นที่พักและโชว์ขายสินค้าเท่านั้น สภาพมันต่างจากโรงเรือนที่กล้วยไม้อยู่และโตมาตั้งแต่ต้น แสงก็น้อยไม่สม่ำเสมอ แออัด ฯลฯ  scare
  แล้วไม่รู้ ว่ากล้วยไม้ต้องอยู่ในร้านนานเท่าไร กว่าที่เราจะซื้อมาครับ เมื่อมาถึงที่บ้าน กล้วยไม้ต้องปรับสภาพให้ได้กับสภาพแวดล้อมที่บ้านเราซึ่งมันต่างมากทั้งสภาพแวดล้อมแสง+อากาศ+ความชื้น+ การดูแลที่สวนทำเป็นกิจวัตรกับกล้วยไม้  ยิ่งบางสวน เค้าใส่ปุ๋ย /ยา อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ ตามอัตราส่วนที่กำหนดไว้ เมื่อมาถึงมือเรา เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า สวนเค้าเลี้ยงมาอย่างไร
 กล้วยไม้ส่วนมากที่งามๆต้นสมบูรณ์ ก็เพราะปุ๋ย/ยาที่ทางสวนฉีดพ่นมา  เมื่อเราซื้อมาแล้วรดน้ำอย่างเดียวเป็นหลักและแขวนเลี้ยงในที่ไม่เหมาะสม ไม่นาน ความสมบูรณ์ ที่สะสมอยู่ในต้นก็จะลดลงโทรมลงๆ ถึงแม้ เราะใส่ปุ๋ยเป็นประจำทุกอาทิตย์ แต่ก็ไม่เท่ากับที่สวนเค้าฉีดพ่นครับ   เหมือนมีคำพูดที่ว่า เคยเลี้ยงด้วยหูฉลาม แล้วกลับมากินข้าวแกงครับ
  fu
ทั้งหมดนี่ น่าจะเป็นสาเหตุครับ หลักๆ ที่ทำให้ไม้ค่อยๆทรุดลงเมื่อมาถึงมือเรา  ส่วนทางแก้ไข ขอรวบยอดไปตอบในข้อ2 เพราะการดูแลไม้เล็ก และกล้วยไม้ใหญ่ที่ซื้อมา มีหลักการดูแลคล้ายๆกันแตกต่างกันบ้างในสว่วนรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆครับ   ขออนุญาตมาต่อ วันพรุ่งนี้ครับ
 
บันทึกการเข้า

เรื่องราวน่ารู้กับกล้วยไม้เมืองร้อน
ป้าช้าง
ตะแบก
*****
กระทู้: 4707



« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 09:29:42 PM »

โอโหข้อมูลเพียบเลยน้องโจ้ ป้ารออ่านข้อต่อไปด้วยจ้า

สวัสดีคะ คุณ kanokwan ยินดีต้อนรับจ้า  happy
บันทึกการเข้า
kanokwan
เมล็ด
*
กระทู้: 5


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 08:16:13 AM »

ขอบคุณมากค่ะ และสวัสดีเพื่อนสมาชิกทุกท่าน คำถามอาจจะดูเด็กๆ เนื่องจากเป็นน้องใหม่จริงๆ  ขอถามเพิ่มนะคะ ถ้าเราจะเลี้ยงไว้ชื่นชมที่บ้านเพื่อเป็นยาใจ  แต่ต้องใช้สารเคมีมากมาย อาจจะมีปัญหากับสุขภาพกายได้ เพราะเนื้อที่บ้านแค่ 180 ตารางวา  จะมีวิธีที่คนอยู่ได้และกล้วยไม้ก็สวยแบบไม่ต้องกินข้าวแกง แต่ก็คงไม่ได้กินหูฉลามก็ดีนะคะ  อาจจะใช้วิธีทำโรงเรือน ร่องน้ำ แต่สารเคมีน้อนหน่อย 
บันทึกการเข้า
ป้าช้าง
ตะแบก
*****
กระทู้: 4707



« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 11:25:47 AM »

 happy
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 26, 2011, 01:11:33 PM โดย ป้าช้าง » บันทึกการเข้า
Drymodajoe
ภารโรง
ว่านสี่ทิศ
*****
กระทู้: 1878


อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 09:47:37 PM »

วันนี้ติดธุระมาเล่นได้แป็บเดียวครับ เดี๋ยวขอเข้ามาวันใหม่นะครับ  จะได้ไปถามไถ่ข้อมูลจาก นักกล้วยไม้ ผู้มีประสบการณ์หลายๆท่านดูแล้วจะนำมาสรุปตอบให้อีกสองข้อที่เหลือนะครับ
บันทึกการเข้า

เรื่องราวน่ารู้กับกล้วยไม้เมืองร้อน
Drymodajoe
ภารโรง
ว่านสี่ทิศ
*****
กระทู้: 1878


อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2010, 09:05:57 PM »

2.) ซื้อกล้วยไม้ต้นเล็กมาเลี้ยง ก็ไม่งามเหมือนที่สวนเลี้ยง ควรทำอย่างไรดี

   ครับ สำรับข้อนี้มีข้อระวังนิดหน่อยเกี่ยวกับการอนุบาล กล้วยไม้นิ้วขนาดเล็ก หรือลูกกล้วยไม้ที่ เพิ่งทุบออกขวด
คือ
   แสง    -ไม่ควรให้แสงเยอะแสงจัดหรือแสงแรงเกินไป ในช่วงแรกสำรับลูกกล้วยไม้อ่อนจริงๆควรผึ่งไว้ที่ค่อนข้างร่มรำไรมากหน่อย อาจให้โดนแสงสว่าง(ไม่ใช่แดดโดยตรง) บางรังจะทำเพิงหลังคาเป็นพลาสติกใสสลับกับลอนทึบเป็นช่วงอยู่ใต้ซาแรนของโรงกล้วยไม้ใหญ่อีกที  เมื่อกล้วยไม้นิ้วเริ่มมีอายุมากขึ้นมีรากและใบ/ลำต้นชุดใหม่ออกมาแล้วจึงค่อยๆขยับออกไปหาแสงเพิ่มขึ้นทีละน้อยอย่างค่อยเป็นค่อยไปครับ ถ้าเป็นตามบ้าน อาจเลือกแขวนหรือวางลูกไม้ไว้ใต้ร่มไม้ที่มีแสงแดดลอดส่งลงมารำไรๆ หรือตามชายคาบ้านด้านที่ไม่โดนแสงแดดจัดและไม่ร้อน yaha
   อากาศ    - ลูกไม้ควร จะวางแขวนเลี้ยงไว้ในที่ที่มี อากาศ(ลม) ถ่ายเทได้มากที่สุด เพราะหากวางไว้ในตำแหน่งที่อับลมเมื่อไร เวลารดน้ำก็จะทำให้เครื่องปลูกแห้งช้า หรือหากอุณภูมิสูงขึ้นในช่วงบ่ายไอร้อนที่อบอยู่ในบริเวณนั้นๆอาจส่งผลเสียกับลูกกล้วยไม้อ่อน ทำให้กล้วยไม้อ่อนสุก เน่าหรืออาจถูกเชื้อราเข้าทำลายได้ง่าย  hum
 น้ำ/ความชื้น     - การให้น้ำลูกกล้วยไม้เล็กๆ ควรใช้หัวฉีดพ่นที่เป็นฝอยละเอียด หรือหากเลือกไม่ได้เนื่องจากต้องรดน้ำกล้วยไม้ทั้งต้นใหญ่ต้นเล็กทั้งหมดด้วยหัวฉีดอันเดียว  พอถึงโซนที่แขวนลูกกล้วยไม้อ่อน  เราควรระวัง อย่ารดหนักมือหรือเอาหัวฉีดไปจ่อๆในกลุ่มลูกไม้อ่อน ควรยกหัวฉีดให้สูงและรดจากระยะห่าง ส่ายหัวฉีดกลับไปมา เพื่อให้ละอองน้ำลดแรงกระแทกที่เกิดกับต้นไม้ และในขณะเดียวกันก็ได้ความชุ่มชื้นทั่วถึงและพอเพียงกับกล้วยไม้ด้วย  ,  scare มีข้อพึงระวัง หากเวลาที่จะรดน้ำลูกกล้วยไม้อ่อนควรสังเกตุความชื้นที่วัสดุปลูกก่อนว่ายังชื้นหรือเปียกชุ่มอยู่มากน้อยเพียงใด หากเครื่องปลูกเริ่มหมาดๆค่อนข้างแห้งแล้วก็รดได้ แต่หากเห็น ว่า เครื่องปลูก ยังชื้นอยู่หนือแฉะ(หากวัสดุปลูกเป็นมอสต้องสังเกตุเป็นพิเศสเพราะอุ้มน้ำได้มาก+นาน )ต้องเว้นระยะการรดน้ำลูกไม้ออกไปก่อนครับ ..... happy......
   

กล้วยไม้นิ้วที่ขายส่วนใหญ่มักเป็นนิ้วเล็กๆที่ปลูกในถ้วยหรือกระถางพลาสติกหรือดินเผาขนาดเล็ก ใช้วัสดุปลูกอาจเป็นได้ทั้งใยมะพร้าว  หรือมอส หรือยุคนี้บางสวนอาจปลูกด้วยเศษโฟม บางครั้งหากไปตามสวหรือบางร้านค้าอาจพบตระกร้าหมู่ที่มีลูกกล้วยไม้ชนิดเดียวกันปลูกรวมๆกันเป็นจำนวนมากในภาชนะเดียวกัน เรียกว่ากระถางหมู่ หรือตระกร้าลูกไม้หมู่...

      มีข้อแตกต่างระหว่างลูกกล้วยไม้นิ้วที่ออกเป็นขวดแล้วเรียงๆใส่ตระกร้าหมู่โดยไม่ใช้วัสดุปลูกอะไรเลยซึ่งแบบนี้จะเหมาะสมสำรับกล้วยไม้ขวด สกุล แวนด้า เช่น สามปอย ,เอื้องกุหลาบต่างๆ, เอสโคเซ้นด้า, ลูกผสมเขาแกะ และ  แวนด้าลูกผสม เป็นต้น เหล่านี้สามารถปลูกอนุบาลในตระกร้าพลาสติกเปล่าๆได้ ที่แนะมำตระกร้าพลาสติกเพราะหากเป็นกระถางดินเผา หรือกระเช้าไม้สัก หากปลูกลูกไม้สกุลกลุ่มแวนด้า ที่ออกขวดรวมๆกันแล้วนานๆไปเมื่อรากกล้วยไม้เจรฺญเกาะแน่น เวลาจะแยกไปปลูกเป็นต้นเดี่ยวๆจะทำได้ลำบากเพราะรากจะแกะยากและช้ำทำให้ต้นกระเทือน และชะงักการเติบโตเมื่อย้าปลูกลูกไม้ได้ แล้ววัสดุจากดินเผา หรือไม้ ยังสะสมเชื้อรา ตะไคร่น้ำ ทำให้ง่ายกับการเกิดโรคของ ลูกกล้วยไม้และทำให้ระบาดแพร่ลาม ไปในกลุ่มลูกไม้กระถางหมู่ได้รวดเร็ว กว่าการใช้ ภาชนะที่เป็นตระกร้าโปร่งๆที่ทำจากพลสาติกด้วย.... fu....
   หาก เราซื้อลูกกล้วยไม้นิ้ว ที่แยกขายเป็นต้นเดี่ยวๆในกระถางนิ้วเล็กๆแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องง่ายที่เราจะนำมาปลูกลงกระถางหรือกระเช้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพราะกล้วยไม้นิ้วแบบนั้นส่วนมากมักจะใช้เวลาเติบโตจนมีต้น/รากแข็งแรงมาระยะนึงแล้วครับ เรียกว่า พ้นระยะอันตรายหลังออกขวดใหม่ๆมาแล้ว ..... fu..... (ขนาดกระถางที่ควรใช้เมือขยับขนาดจากไม้นิ้ว ควรใช้ขนาด3นิ้วครึ่งหรือกระเช้า 4นิ้วแบบกลม หรือเหลี่ยมก็ได้ แต่ไม่ควรใช้กระถางใหญ่เกินไปแบบว่า ย้ายปลูกที่เดียวเผื่อโตเป็นอันขาดนะครับเพราะเมื่อกระถางใหญ่เครื่องปลูกก็ต้องมากจนเต็มแล้วกล้วยไม้นิ้วเล็กนิดเดียว เวลาไม่นานมันจะเน่าเอา เพราะมันมีความชื้นมากเกิน หรือบางที่ก็เป็นแหล่งที่อยู่สะสมวัชพืชโรคแมลงมาเบียดเบียนลูกกล้วยไม้น้อยๆของเรา การใช้กระถางใหญ่เกินตัว นี้ตำราฝรั่งเรียก Over potting โอเวอร์-พ็อทติ้ง ครับ)
 seng...ตอบยาวอีกแล้วครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ... what?
บันทึกการเข้า

เรื่องราวน่ารู้กับกล้วยไม้เมืองร้อน
Drymodajoe
ภารโรง
ว่านสี่ทิศ
*****
กระทู้: 1878


อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2010, 09:07:06 PM »

 cool sakit happy hum
บันทึกการเข้า

เรื่องราวน่ารู้กับกล้วยไม้เมืองร้อน
Drymodajoe
ภารโรง
ว่านสี่ทิศ
*****
กระทู้: 1878


อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2010, 10:06:53 PM »

เรื่องน้ำเมื่อกี้ พิมพ์แล้ว กดส่งไฟล์รูอปข้อมูลมันเกิน พอกดอีกทีข้อมูลที่พิมพ์ยืดยาว ไว้มันหายไปหมดเลยครับ seng
3. ถ้าจะประกอบอุปกรณ์รดน้ำ กล้วยไม้ ควรทำอย่างไร ใช้อะไรบ้าง งบประมาณด้วย (ขนาดบริเวณปลูกประมาณ 6 X 4 เมตร)

เอารูปไปก่อนครับเดี๋ยวตามมาอธิบายระบบให้อีกที


ที่บ้านใช้ปั้มน้ำแยกสองทางสำรับโรงเรือนกล้วยไม้หลังบ้านครับ
เป็นปั้มอิตาลี  ปั้มแบบใบพัดท้าย (บอกร้านว่าเอาปั้มอิตาลี ไม่เอาปั้มจีนแดง มอเตอร์เสียง่าย) ขนาดครึ่งแรงม้าก็พอครับ ปั้มขนาดหนึ่งแรงม้าจะแรงเกินไปสำรับกล้วยไม้เมื่อฉีดพ่นระยะประชิดตัวครับ  หัวฉีดน้ำผม  ใช้หัวฉีดกลม 12 รูขนาดเบอร์2สำรับพ่นน้ำ และเบอร์0สำรับพ่นปุ๋ย หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเกษตร จะมีขายทั้งหัวฉีด ข้อต่อหัวฉีดแบบเกลียว และสายยางสองชั้นแบบหนา ขนาดสาย40หุน เลือกสายทึบสีเขียวทึบหรือนำเงินทึบ ดูแบบสายยางสองชั้นนะครับ กรุณา อย่าใช้สายยางใสเด็ดขาดเพราะไม่นานห้วฉีดจะตันเนื่องจากสายยางใสเกิดตะไคร่น้ำง่ายมากๆครับ



ใช้วงปูน2ชั้นมาประกบกันจุน้ำ400ลิตร แล้วมีวงเล็กวางข้างๆจุน้ำได้200ลิตรสำรับผสมปุ๋ยยามีรูจุกเกลียวสำรับระบายน้ำออกเวลาล้างภาชนะครับ
ถ้าง่ายๆเอาตุ่มมังกร สองใบมาวางข้างๆกัน ตุ่มแรกใช้สำรับพ่นน้ำ ตุ่มที่สองสำรับผสมปุ๋ยยาฉีดพ่นแยกภาชนะกัน ที่ไม่ใช้รวมกันกับตุ่มน้ำเพราะสารเคมีจะตกค้างเวลาเราล้างไม่หมด
... hum
   จากที่ไปตระเวนหาข้อมูลหลายๆสวนมาส่วนใหญ่ก็ใช้ระบบปั้มแบบคล้ายๆกันนี้ครับ ไม่ว่าสวนเล็กสวนใหญ่ หรือโรงเรือนขนาดย่อมๆที่ปลูกในบ้าน ข้างบ้าน เจ้าของเค้าบอกผมตรงกัน ว่าน้ำที่จะใช้รดกล้วยไม้ไม่ควรต่อสายยางเปิดรดจากก็อกน้ำประปาโดยตรง เพราะบางแห่งน้ำไหลอ่อน บางครั้งน้ำก็ร้อนเกินไปหลังจากที่ท่อน้ำตากแดด  จะทำให้กล้วยไม้สุกได้ครับ แล้วที่สำคัญน้ำประปาควร ขังพักค้างคืนเอาไว้ก่อนใช้รดกล้วยไม้เพราะต้องการให้คลอรีน ระเหยออกมาให้เจือจาง ก่อนใช้ เราอาจ รดน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นค่ำพอหมดตุ่มแล้วก็เปิดหรี่ๆ(มิเตอร์น้ำจะได้ไม่หมุนเร็วไม่เปลืองดีครับ) เอาไว้จนเต็มแล้วทิ้งข้ามวัน ข้ามคืน ค่อยกลับมาใช้รดใหม่วันถัดไป
ส่วนถังปุ๋ยยาไม่ต้องขังน้ำเอาไว้ครับจะรดเมื่อไรค่อยสูบจากตุ่มน้ำมาใส่แล้วผสมปุ๋ยยาลงไปแล้วงพ่นให้หมดเลยที่เดียวไม่ควรผสมล่วงหน้าหรือเหลือเก็บไว้รอบหลังเพราะสารเคมีเมยละลายแล้วใช้ไม่หมดมันจะตกตะกอน ไม่ค่อยดีกับกล้วยไม้และคุณภาพสารจะเสื่อมลง หรืออาจเป็นพิษได้

....
 ส่วนระบบท่อแยก ก็บอกให้ช่างที่มาติดตั้งปั้มน้ำทำท่อแยกสองทาง เอาปลายท่ออีกด้านติดหัวดูดน้ำให้ยื่นลงไปอีกตุ่มข้างๆกับตุ่มน้ำหลัก แล้วใช้ท่อสามทางแยกท่ออกมาโดยมีวาวล์เปิดปิดทางน้ำทั้งสองตุ่ม ที่นี้ หากเราจะรดน้ำก็ปิดวาวล์ตุ่มปุ๋ยยา แล้วเปิดแต่วาวล์ของตุ่มน้ำ แต่เมื่อไรเราจะรดน้ำหรือปุ๋ยก็ผสมลงในอีกตุ่มข้างๆกันโดยใช้น้ำ200ลิตรเราจะผสมได้ง่ายตามอัตราส่วนข้างกล่องสารเคมีที่ระบุไว้  แล้วเราก็ปิดวาวล์ของตุ่มน้ำและมาเปลื่ยนเปิดวาวล์ของท่อที่แยกไปดูดตุ่มปุ๋ยยาครับ
 ระบบน้ำแบบนี้ยังได้อานิสงค์ถึงต้นไม้สนามหญ้ารอบบ้านที่เหลืออีกด้วยพอรดกล้วยไม้เสร็จก็พ่นๆต้นไม้ดอกไม้ข้างนอกโรงแบ่งปุ๋ยยา ไปบำรุงด้วย ครับ ต้นไม้ก็จะงามทั้งบ้านไม่แต่ฌแพะกล้วยไม้ในโรงเรือนเท่านั้นครับ  Azn
บันทึกการเข้า

เรื่องราวน่ารู้กับกล้วยไม้เมืองร้อน
ป้าช้าง
ตะแบก
*****
กระทู้: 4707



« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 08:25:44 AM »

ตาลาย  hahh? รายละเอียดเยอะมาก ขอบใจจ้าน้องโจ้
แล้วป้าจะทำได้ไม่เนี่ย  what?
บันทึกการเข้า
kanokwan
เมล็ด
*
กระทู้: 5


อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2010, 11:11:19 AM »

ละเอียดดีจัง ขอบคุณมากนะคะ  ขั้นแรกต้องไปซื้อปั๊มก่อน(ไม่รู้ว่าใช้ร่วมกับปั๊มที่ใช้อยู่ได้หรือไม่/ต้องถามช่าง) ใช้โอ่งมังกร 2 ใบ (ใช้ถังเก็บน้ำได้หรือไม่) เดินสายขึ้นต้นไม้ใหญ่ และโรงเรือน เป็นจุดๆ  น่าจะประมาณนี้นะคะ
บันทึกการเข้า
Drymodajoe
ภารโรง
ว่านสี่ทิศ
*****
กระทู้: 1878


อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2010, 11:19:15 PM »

ละเอียดดีจัง ขอบคุณมากนะคะ  ขั้นแรกต้องไปซื้อปั๊มก่อน(ไม่รู้ว่าใช้ร่วมกับปั๊มที่ใช้อยู่ได้หรือไม่/ต้องถามช่าง) ใช้โอ่งมังกร 2 ใบ (ใช้ถังเก็บน้ำได้หรือไม่) เดินสายขึ้นต้นไม้ใหญ่ และโรงเรือน เป็นจุดๆ  น่าจะประมาณนี้นะคะ

  ใช่ครับ เรื่องระบบ คงต้องปรึกษาช่างที่ร้านปั้มน้ำได้ครับเราอยากได้ประมาณไหน เราปรึกษช่างเพื่อทราบและสามารถกำหนด  งบคร่าวๆได้ครับ เรื่องภาชนะเก็บน้ำใช้อะไรก็ได้ที่เีราสะดวกที่ดีควรมีรูด้านล่างแล้วมีจุกหรือก็อก เผื่อต้องการถ่ายน้ำทิ้งเพื่อล้างถังได้สะดวกครับ
บันทึกการเข้า

เรื่องราวน่ารู้กับกล้วยไม้เมืองร้อน
Kong54
เมล็ด
*
กระทู้: 1


« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 25, 2011, 05:06:48 PM »

เรื่องน้ำเมื่อกี้ พิมพ์แล้ว กดส่งไฟล์รูอปข้อมูลมันเกิน พอกดอีกทีข้อมูลที่พิมพ์ยืดยาว ไว้มันหายไปหมดเลยครับ seng
3. ถ้าจะประกอบอุปกรณ์รดน้ำ กล้วยไม้ ควรทำอย่างไร ใช้อะไรบ้าง งบประมาณด้วย (ขนาดบริเวณปลูกประมาณ 6 X 4 เมตร)

เอารูปไปก่อนครับเดี๋ยวตามมาอธิบายระบบให้อีกที


ที่บ้านใช้ปั้มน้ำแยกสองทางสำรับโรงเรือนกล้วยไม้หลังบ้านครับ
เป็นปั้มอิตาลี  ปั้มแบบใบพัดท้าย (บอกร้านว่าเอาปั้มอิตาลี ไม่เอาปั้มจีนแดง มอเตอร์เสียง่าย) ขนาดครึ่งแรงม้าก็พอครับ ปั้มขนาดหนึ่งแรงม้าจะแรงเกินไปสำรับกล้วยไม้เมื่อฉีดพ่นระยะประชิดตัวครับ  หัวฉีดน้ำผม  ใช้หัวฉีดกลม 12 รูขนาดเบอร์2สำรับพ่นน้ำ และเบอร์0สำรับพ่นปุ๋ย หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเกษตร จะมีขายทั้งหัวฉีด ข้อต่อหัวฉีดแบบเกลียว และสายยางสองชั้นแบบหนา ขนาดสาย40หุน เลือกสายทึบสีเขียวทึบหรือนำเงินทึบ ดูแบบสายยางสองชั้นนะครับ กรุณา อย่าใช้สายยางใสเด็ดขาดเพราะไม่นานห้วฉีดจะตันเนื่องจากสายยางใสเกิดตะไคร่น้ำง่ายมากๆครับ



ใช้วงปูน2ชั้นมาประกบกันจุน้ำ400ลิตร แล้วมีวงเล็กวางข้างๆจุน้ำได้200ลิตรสำรับผสมปุ๋ยยามีรูจุกเกลียวสำรับระบายน้ำออกเวลาล้างภาชนะครับ
ถ้าง่ายๆเอาตุ่มมังกร สองใบมาวางข้างๆกัน ตุ่มแรกใช้สำรับพ่นน้ำ ตุ่มที่สองสำรับผสมปุ๋ยยาฉีดพ่นแยกภาชนะกัน ที่ไม่ใช้รวมกันกับตุ่มน้ำเพราะสารเคมีจะตกค้างเวลาเราล้างไม่หมด
... hum
   จากที่ไปตระเวนหาข้อมูลหลายๆสวนมาส่วนใหญ่ก็ใช้ระบบปั้มแบบคล้ายๆกันนี้ครับ ไม่ว่าสวนเล็กสวนใหญ่ หรือโรงเรือนขนาดย่อมๆที่ปลูกในบ้าน ข้างบ้าน เจ้าของเค้าบอกผมตรงกัน ว่าน้ำที่จะใช้รดกล้วยไม้ไม่ควรต่อสายยางเปิดรดจากก็อกน้ำประปาโดยตรง เพราะบางแห่งน้ำไหลอ่อน บางครั้งน้ำก็ร้อนเกินไปหลังจากที่ท่อน้ำตากแดด  จะทำให้กล้วยไม้สุกได้ครับ แล้วที่สำคัญน้ำประปาควร ขังพักค้างคืนเอาไว้ก่อนใช้รดกล้วยไม้เพราะต้องการให้คลอรีน ระเหยออกมาให้เจือจาง ก่อนใช้ เราอาจ รดน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นค่ำพอหมดตุ่มแล้วก็เปิดหรี่ๆ(มิเตอร์น้ำจะได้ไม่หมุนเร็วไม่เปลืองดีครับ) เอาไว้จนเต็มแล้วทิ้งข้ามวัน ข้ามคืน ค่อยกลับมาใช้รดใหม่วันถัดไป
ส่วนถังปุ๋ยยาไม่ต้องขังน้ำเอาไว้ครับจะรดเมื่อไรค่อยสูบจากตุ่มน้ำมาใส่แล้วผสมปุ๋ยยาลงไปแล้วงพ่นให้หมดเลยที่เดียวไม่ควรผสมล่วงหน้าหรือเหลือเก็บไว้รอบหลังเพราะสารเคมีเมยละลายแล้วใช้ไม่หมดมันจะตกตะกอน ไม่ค่อยดีกับกล้วยไม้และคุณภาพสารจะเสื่อมลง หรืออาจเป็นพิษได้

....
 ส่วนระบบท่อแยก ก็บอกให้ช่างที่มาติดตั้งปั้มน้ำทำท่อแยกสองทาง เอาปลายท่ออีกด้านติดหัวดูดน้ำให้ยื่นลงไปอีกตุ่มข้างๆกับตุ่มน้ำหลัก แล้วใช้ท่อสามทางแยกท่ออกมาโดยมีวาวล์เปิดปิดทางน้ำทั้งสองตุ่ม ที่นี้ หากเราจะรดน้ำก็ปิดวาวล์ตุ่มปุ๋ยยา แล้วเปิดแต่วาวล์ของตุ่มน้ำ แต่เมื่อไรเราจะรดน้ำหรือปุ๋ยก็ผสมลงในอีกตุ่มข้างๆกันโดยใช้น้ำ200ลิตรเราจะผสมได้ง่ายตามอัตราส่วนข้างกล่องสารเคมีที่ระบุไว้  แล้วเราก็ปิดวาวล์ของตุ่มน้ำและมาเปลื่ยนเปิดวาวล์ของท่อที่แยกไปดูดตุ่มปุ๋ยยาครับ
 ระบบน้ำแบบนี้ยังได้อานิสงค์ถึงต้นไม้สนามหญ้ารอบบ้านที่เหลืออีกด้วยพอรดกล้วยไม้เสร็จก็พ่นๆต้นไม้ดอกไม้ข้างนอกโรงแบ่งปุ๋ยยา ไปบำรุงด้วย ครับ ต้นไม้ก็จะงามทั้งบ้านไม่แต่ฌแพะกล้วยไม้ในโรงเรือนเท่านั้นครับ  Azn

สอบถามเพิ่มเติมหน่อยครับ หากเราจะเอาเครื่องตั้งเวลามาต่อเพิ่มกับปั๊มแบบนี้ คือทำเป็นแบบฉีดเองก็ได้ และให้เครื่องตั้งเวลาฉีดให้อัตโนมัติ จะต้องต่อผ่านอะไรอีกหรือไม่ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 25, 2011, 05:08:37 PM โดย Kong54 » บันทึกการเข้า
Drymodajoe
ภารโรง
ว่านสี่ทิศ
*****
กระทู้: 1878


อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 25, 2011, 07:21:29 PM »

อืม เรื่องระบบพ่นน้ำอัตโนมัติ  ต้องมี ตัว ทามเมอร์สวิตย์ สำรับตั้งเวลา และ โซลินอยด์วาล์ว (หัวเปิดปิดน้ำแบบควบคุม)
http://www.superproducts.co.th/Valve/rain%20valve.html
การใช้ปั้มน้ำที่มีแรงดันมากน้อยก็ ย่อมขึ้นอยู่กับจำนวนหัวฉีดและระยะทางของท่อที่จะเดินระบบในโรงเรือนครับ
สำรับต้วชุดควบคุมเวลา(timer)ก็มีแบบชุดเล็กๆสำรับโรงเรือนในบ้าน ไปจนเป็นตู้ควบคุมขนาดใหญ่ที่ใช้สำรับแปลงเกษตรที่มีพื้นที่หลายๆไร่ครับ
  ส่วนการต่อเดินระบบ ต้องอาศัยช่างเฉพาะทางที่มีความรู้เข้ามาให้คำแนะนำอีกทีนะครับ เพราะเท่าที่ทราบมามันเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าโดยตรง  ต้องปรึกษาช่างที่ชำนาญดีกว่าครับ ผมทราบรายละเอียดคร่าวๆแค่นี้ครับ
 
บันทึกการเข้า

เรื่องราวน่ารู้กับกล้วยไม้เมืองร้อน
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!